ด้านภูมิศาสตร์

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 3 ที่ตั้ง ถนนสุขาภิบาล 14 ตำบลแชะ  อำเภอครบุรี  จังหวัดนครราชสีมา  รหัสไปรษณีย์ 30250 
มีพื้นที่ให้บริการ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอปักธงชัย อำเภอครบุรี อำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอเสิงสาง รายละเอียดดังนี้

  • ทิศเหนือ  ติดต่อกับ อำเภอสูงเนิน อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอโชคชัย
  • ทิศใต้  ติดต่อกับ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว
  • ทิศตะวันออก  ติดต่อกับ จังหวัดบุรีรัมย์
  • ทิศตะวันตก  ติดต่อกับ  อำเภอปากช่อง

อำเภอปักธงชัย

อำเภอปักธงชัย (Amphoe Pak Thong Chai) มีคำขวัญประจำอำเภอ คือ ลำพระเพลิงน้ำใส ผ้าไหมเนื้องาม ข้าวหลามนกออก ถั่วงอกวังหมี หมี่ตะคุ โดยมีการแบ่งเขตพื้นที่ การปกครองออกเป็น 16 ตำบล 215 หมู่บ้าน ซึ่งท้องที่อำเภอปักธงชัยประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 18 แห่ง ประกอบด้วย 6 เทศบาล และ 12 องค์การบริหารส่วนตำบล พื้นที่ : 1,374.3 ตารางกิโลเมตร ประชากร 90,428 คน ชาย 44,290 คน หญิง 46,138 คน อำเภอปักธงชัยตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด ห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา 32 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 304 (โคราช-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี) มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
• ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสูงเนิน และอำเภอเมืองนครราชสีมา
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอโชคชัย และอำเภอครบุรี
• ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวังน้ำเขียว
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอสูงเนิน
ประวัติความเป็นมาของอำเภอปักธงชัย เดิมเป็นเป็นเมืองโบราณตั้งแต่ขอมเรืองอำนาจ ทั้งนี้สันนิษฐานได้จากเขตอำเภอปักธงชัยมีซากปรักหักพังของปรางค์ หรือเทวาลัยหลายแห่งที่เป็นศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมที่ขอมนิยมสร้างตามเมืองต่างๆ ที่ตนปกครองอยู่ใหญ่บ้าง เล็กบ้างตามความสำคัญของแต่ละเมือง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาจากหลักฐานที่ปรากฏตามแผนที่ยุทธศาสตร์ได้ปรากฏชื่อเมืองปักว่าตั้งอยู่ใกล้เมืองนครราชสีมา ความสำคัญคือเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศใต้ของเมืองนครราชสีมา เพื่อเป็นกองระวังหน้าคอยสอดแนมข้าศึกและคอยปะทะขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวไม่ให้ข้าศึกยกทัพประชิดเมืองนครราชสีมาเร็วเกินไป เมืองปักในสมัยนี้จึงถูกตั้งและเรียกว่า “ด่านจะโปะ” ในสมัยกรุงธนบุรี พ.ศ. 2321 เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) จึงกราบบังคมทูลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งด่านจะโปะเป็นเมือง เรียกว่า “เมืองปัก” (ยังไม่มีคำว่าธงชัย) ต่อมาพ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปรับปรุงระเบียบราชการปกครองเป็นแบบเทศาภิบาล เมืองปักธงชัยจึงถูกยุบลงเป็นอำเภอปักธงชัย ขึ้นกับมณฑลนครราชสีมา

อำเภอครบุรี

อำเภอครบุรี (Amphoe Khon Buri) มีคำขวัญประจำอำเภอ คือ น้ำตกวังเต่า เขาจอมทอง สองเขื่อนงามล้ำ ถ้ำวัวแดง ศิลาแลงปรางค์ครบุรี บารมีหลวงปู่นิล โดยมีการแบ่งเขตพื้นที่ การปกครองออกเป็น 12 ตำบล 152 หมู่บ้าน ซึ่งท้องที่อำเภอครบุรีประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 15 แห่ง ประกอบด้วย 5 เทศบาล และ 10 องค์การบริหารส่วนตำบล พื้นที่ : 1,748 ตารางกิโลเมตร ประชากร 77,446 คน ชาย 38,510 คน หญิง 38,938 คน ความหนาแน่น 44 คน/ตารางกิโลเมตร อำเภอครบุรีตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด ห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา 58 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
• ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอปักธงชัย อำเภอโชคชัย และอำเภอหนองบุญมาก
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเสิงสาง
• ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอวัฒนานคร อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอวังน้ำเขียวและอำเภอปักธงชัย
ประวัติความเป็นมาของอำเภอครบุรี เดิมมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอ อยู่ในเขตการปกครองของ อำเภอกระโทก หรืออำเภอโชคชัยในปัจจุบัน โดยได้รับการยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอ ในปีพุทธศักราช 2450 ซึ่งขณะนั้นมีเขตการปกครอง รวม 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลแชะ ตำบล จระเข้หิน และตำบลสระตะเคียน เรียกว่า “กิ่งอำเภอแชะ” เนื่องจากที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ อยู่ในเขตหมู่บ้านแชะ ตำบลแชะ ต่อมาในปีพุทธศักราช 2482 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอ และได้ชื่อว่า “อำเภอครบุรี” โดยรวมพื้นที่กิ่งอำเภอแชะเดิม กับตำบลครบุรีที่แยกมาจากกิ่งอำเภอสะแกราช เนื่องจากกิ่งอำเภอสะแกราชถูกยุบให้ไปรวมกับอำเภอปักธงชัย สำหรับคำว่า “แชะ” เป็นภาษาพื้นเมือง ส่วนภาษาไทยคือคำว่า “แฉะ” ซึ่งแปลว่า เปียก หรือชุ่มน้ำอยู่เสมอ จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุในหมู่บ้านต่างๆ ได้รับการบอกเล่าว่าการที่ได้ชื่อว่า “บ้านแชะ” นั้นมาจากสภาพของหมู่บ้านซึ่งเป็นที่ต่ำและมีโคลนตมอยู่ทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกว่า “บ้านแชะ” คำว่า “ครบุรี” กร่อนมาจากคำว่า สาครบุรี ซึ่งแปลว่า เมืองต้นน้ำ หรือเมืองสายน้ำ เพราะมีแควน้ำ น้อยใหญ่หลายสาย จึงเรียกว่า “เมืองสาครบุรี” ต่อมาคำว่า “สา” กล่อนหายไปเหลือเพียงคำว่า “ครบุรี” มาตราบจนทุกวันนี้

อำเภอวังน้ำเขียว

อำเภอวังน้ำเขียว (Amphoe Wang Nam Khiao) มีคำขวัญประจำอำเภอ คือ เมืองหนาว ภูเขามากมาย น้ำตกหลากหลาย ผลไม้นานาพันธุ์ แดนสวรรค์เมืองในหมอก โดยมีการแบ่งเขตพื้นที่การปกครองออกเป็น 5 ตำบล 83 หมู่บ้าน ซึ่งท้องที่อำเภอวังน้ำเขียวประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ประกอบด้วย 1 เทศบาล และ 5 องค์การบริหารส่วนตำบล พื้นที่ : 1,129.996 ตารางกิโลเมตร ประชากร 39,727 คน ชาย 19,683 คน หญิง 19,854 คน อำเภอ วังน้ำเขียวตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด ห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา 70 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
• ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสูงเนินและอำเภอปักธงชัย
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอครบุรี
• ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอนาดีและอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอปากช่อง
ประวัติความเป็นมาของอำเภอวังน้ำเขียว ชื่อ “วังน้ำเขียว” นั้น ได้มาจากสภาพภูมิประเทศ เนื่องจากพื้นที่ในแถบนี้มีวังน้ำที่ใสงดงามเป็นธรรมชาติ น้ำนั้นใสจนมองเห็นเงาสะท้อนสีเขียวของต้นไม้ จึงเรียกพื้นที่นี้ว่า “วังน้ำเขียว” ซึ่งเดิมมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอ อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอปักธงชัย ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2535 ได้มีการยกพื้นที่ตำบลวังน้ำเขียว ตำบล วังหมี ตำบลอุดมทรัพย์ และตำบลระเริง แยกออกจากอำเภอปักธงชัย มาตั้งเป็นกิ่งอำเภอวังน้ำเขียวและเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ตั้งตำบลไทยสามัคคี แยกออกจากตำบลวังน้ำเขียว ซึ่งเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2536 ได้มีการจัดตั้งสุขาภิบาลศาลเจ้าพ่อ ในพื้นที่บางส่วนของตำบลวังน้ำเขียวและบางส่วนตำบลไทยสามัคคี กระทั่งวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 จึงยกฐานะเป็นอำเภอวังน้ำเขียว

อำเภอเสิงสาง

อำเภอเสิงสาง (Amphoe Soeng Sang) มีคำขวัญประจำอำเภอ คือ เขื่อนลำปลายมาศ เที่ยวหาดชมตะวัน ถิ่นมันหม่อนไหม ผลไม้พืชผัก ตะเคียนยักษ์ทับลาน นมัสการหลวงปู่สอน โดยมีการแบ่งเขตพื้นที่การปกครองออกเป็น 6 ตำบล 84 หมู่บ้าน ซึ่งท้องที่อำเภอเสิงสางประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 แห่ง ประกอบด้วย 2 เทศบาล และ 6 องค์การบริหารส่วนตำบล พื้นที่ : 1,194 ตารางกิโลเมตร ประชากร 54,510 คน ชาย 27,420 คน หญิง 27,090 คน อำเภอเสิงสางตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัด ห่างจากอำเภอเมืองนครราชสีมา 90 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้
• ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอหนองบุญมาก และอำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์
• ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอโนนสุวรรณ อำเภอปะคำ และอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
• ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ และอำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว
• ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอครบุรี
ประวัติความเป็นมาของอำเภอเสิงสาง คำว่าเสิงสาง หมายความว่า “ใกล้รุ่ง” หรือ “รุ่งอรุณ” เป็นตำนานพื้นบ้านของชาวอีสาน ท้าวปาจิตเจ้าเมืองกัมพูชาได้ออกติดตามหานางอรพิมพ์ ที่เมืองพิมาย เมื่อได้พบกันแล้วจึงพากันเดินทางกลับ แต่มีเหตุต้องพลัดหลงกันและได้มาพบกันอีกครั้งที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ตอนพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นจึงเรียกหมู่บ้านนั้นว่า “บ้านเสิงสาง” ซึ่งต่อมาได้นำมาตั้งเป็นชื่ออำเภอการตั้งชื่ออำเภอ เดิมอำเภอเสิงสาง เป็นส่วนหนึ่งของอำเภอครบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2519 แยกพื้นที่ตำบลสระตะเคียน อำเภอครบุรี มาตั้งเป็น กิ่งอำเภอเสิงสาง ขึ้นกับอำเภอครบุรี และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2522 จึงยกฐานะเป็นอำเภอเสิงสาง